Dr.Nat
ดร.ณัฐวี อุตกฤษฏ์
อาจารย์ / รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
 
Level : เยาวชนKM
 

 

ชื่อจริง :
ดร.ณัฐวี
นามสกุล :
อุตกฤษฏ์
นามแฝง / นามปากกา :
Dr.Nat
ตำแหน่งงาน / อาชีพ :
อาจารย์ / รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนก / สังกัด :
ภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่อยู่ :
ภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มจพ.
อีเมล์ :
nattaveeu@kmutnb.ac.th
อีเมล์สำรอง :
-
Hi5 :
Facebook :
www.facebook.com/nattavee.kmutnb
Website ส่วนตัว :
www.facebook.com/nattavee.kmutnb
หมายเลขโทรศัพท์ :
02-555-2000 ext 2706

ประวัติการศึกษา
DIT (Doctor of Information Technology) , Edith Cowan University , Australia
ประวัติการทำงาน
KMUTNB : 2006- present
Position : Lecturer

WorldMedic Corporation Inc. : 2001-2002
Position : Information Manager
ผลงาน / เกียริต์ประวัติ
NCCIT07: Best Paper Award 2007

Project winner : "Complete Clinic online" The World Bank Rural ICT Innovation Award in the Development Marketplace , June 11 th 2002

 

 

เรื่อง
ประเภทความรู้
CoP
วันที่โพส
9/10/2554 9:00:29
8/9/2552 10:20AM
8/3/2554 18:07:56
6/6/2557 0:10:41
6/11/2554 12:32:09
31/3/2553 11:26:24
30/10/2554 15:31:43
3/9/2554 18:11:20
28/11/2555 16:49:14
27/8/2558 16:25:05
 

 

ชื่อไฟล์ที่อัพโหลด
ชื่อไฟล์สำหรับดาวโหลด
วันที่โพส
คำแนะนำในการกู้บัญชี Hotmail คืน.doc
3/9/2554 18:11:20
ตัวอย่างการจัดทำ มคอ3.pdf
2/7/2557 10:57:09
สรุปองค์ความรู้และผลการประเมินโครงการ KM ครั้งที่ 2.pdf
16/5/2557 17:25:31
องค์ความรู้รวมทุกด้าน.pdf
16/5/2557 17:20:35
OPL Nattavee.doc
13/2/2557 13:34:42
 

 

เรื่อง
ข้อความที่คอมเม้น
วันที่โพส
เพลงช่วยสร้างบรรยาการให้สุนทรียภาพในการทำงานดีขึ้น
31/3/2553 11:31:00
ไปมาแค่ 4 แห่งเอง ต้องหทางไปชมที่เหลือบ้างแล้ว
19/4/2553 17:21:52
Problem-based Learning : ตัวอย่างการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (ต่อ)...

สรุป

การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียน เนื่องจากผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ มากกว่าการรับฟังเนื้อหาจากครูผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว สิ่งสำคัญก็คือสถานการณ์ปัญหาหลักหรือกรณีศึกษาที่นำมาใช้เป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้ผู้เรียนนำความรู้ หรือประสบการณ์ที่มีอยู่เดิมมาใช้แก้ปัญหา ดังนั้นลักษณะของปัญหาต้องมีความน่าสนใจ ท้าทายและน่าค้นหาคำตอบ รวมทั้งควรเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้เรียน เพื่อผู้เรียนจะได้แสดงความสามารถในการแก้ปัญหาโดยการระบุประเด็น โครงสร้าง และเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในเนื้อหาวิชาที่เป็นการบูรณาการ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้เหตุผลในการคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจ  อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการเรียน โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียน รู้วิธีการแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมความรู้และนำมาสรุปเป็นความรู้ใหม่ เป็นลักษณะของการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการอภิปราย มีวิธีการแสวงหาความรู้และไตร่ตรองทรัพยากรการเรียน ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความหมายสำคัญ ช่วยให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งการเรียนเป็นกลุ่มย่อยทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้อื่นทำให้มีความรู้กว้างขวางมากขึ้น นับเป็นการพัฒนาทักษะทางสังคมให้เกิดกับผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก มีข้อจำกัด คือ เป็นการเรียนที่เหมาะสำหรับสายวิชาชีพซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับทุกรายวิชา และในการนำมาใช้ต้องมีการวางแผนและเตรียมการเป็นอย่างดี ผู้สอนจะต้องมีทักษะในการเป็นผู้สอนประจำกลุ่ม ผู้เรียนจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตนเองและให้ความร่วมมือในการเรียนร่วมกัน เป็นห้องเรียนที่เปิดกว้าง และมีแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนศึกษาได้อย่างอิสระ

ที่มา โดยคุณณัฐกร สงคราม
http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=386

มัณฑรา ธรรมบุศย์ (2545) “การพัฒนาคุณภาพการเรียนรูโดยใช้ PBL (Problem-Based Learning),” วารสารวิชาการ ปีท่ี 5 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2545 หน้า 11-17.
Bridges, E. M. (1992). Problem based learning for administrators. Eugene, OR: ERIC Clearinghouse on Educational Management. (ERIC Document Reproduction Service No. ED 347 617)
14/5/2555 16:35:34
  มีประโยชน์มากๆ
31/3/2553 10:40:25
สาวๆ ชอบเลยแบบนี้
27/3/2553 19:34:53
แจ๋ววไปเลย
26/3/2553 9:03:34
Thanks ครับ อาจารย์เฟิร์ส ที่แปลบทความดี ๆ มาให้อ่านกัน
24/3/2553 16:03:44
เทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจ คือ
Problem-based Learning : ตัวอย่างการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ความเป็นมาของการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก

การเรียนที่ใช้เป็นปัญหาเป็นหลัก เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เริ่มจากคณะเพทย์ที่มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งคิดค้นวิธีที่จะทำให้ผู้เรียนมีบทบาทที่กระตือรือร้นต่อการเรียนตลอดกระบวนการเรียนการสอน และช่วยให้ความเครียดของผู้เรียนต่ำลง ทางคณะฯจึงจัดให้มีการเรียนรู้ในกลุ่มเล็กในลักษณะการเรียนรู้แบบทบทวน โดยให้มีกระบวนการศึกษาด้วยการแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริงจากกรณีผู้ป่วยจริง และการรักษาพยาบาลจริง ต่อมาจึงได้เผยแพร่แนวคิดนี้ไปยังนานาประเทศทั่วโลกแล้ว

ความหมายของการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก

ถ้าพูดถึงคำจำกัดความก็สามารถสรุปได้ว่า “การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning) หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้สถานการณ์ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้เพื่อนำมาแก้ปัญหานั้น”


ลักษณะที่สำคัญของการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก (มัณฑรา ธรรมบุศย์, 2545)
1.    ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง (student-centered learning)
2.    การเรียนรู้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้เรียนที่มีขนาดเล็ก
3.    ครูผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) หรือผู้ให้คำแนะนำ  (guide)
4.    ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้
5.    ปัญหาที่นำมาใช้มีลักษณะคลุมเครือไม่ชัดเจน   ปัญหา 1 ปัญหาอาจมีคำตอบได้หลายคำตอบหรือมีทางแก้ไขปัญหาได้หลายทาง (ill- structured problem)
6.    ผู้เรียนเป็นคนแก้ปัญหาโดยการแสวงหาข้อมูลใหม่ ๆ ด้วยตนเอง  (self-directed learning)
7.    ประเมินผลจากสถานการณ์จริง โดยดูจากความสามารถในการปฏิบัติ  (authentic assessment)

กระบวนการของการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลัก

Bridges (1992) ได้จำแนกการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักที่นำไปใช้ในห้องเรียนออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบเน้นปัญหา (problem-stimulated PBL) และแบบเน้นผู้เรียน (Student Centered PBL)

1. การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักที่เน้นปัญหา (Problem-stimulated PBL) รูปแบบนี้จะใช้บทบาทของปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะแนะนำและเรียนรู้ความรู้ใหม่ การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักที่เน้นปัญหานี้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) การพัฒนาทักษะเฉพาะเจาะจง  (domain-specific skills) 2) การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา (problem-solving skills) และ 3) การได้มาซึ่งความรู้เฉพาะเจาะจง (domain-specific knowledge)

2. การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักที่เน้นผู้เรียน (Student Centered PBL) รูปแบบนี้คล้ายกับรูปแบบแรกในบางลักษณะ เช่น มีเป้าหมายเหมือนกัน แต่มีสิ่งที่มากกว่าคือ  ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Fostering life-long learning skills) กลุ่มแพทย์เป็นผู้ที่ต้องการการพัฒนาทำงานอยู่ตลอดเวลา ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นส่วนที่สำคัญในการปฏิบัติงาน  เพราะฉะนั้นโรงเรียนแพทย์จึงนิยมใช้รูปแบบนี้ในการเรียนการสอน

สรุป


การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียน เนื่องจากผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ มากกว่าการรับฟังเนื้อหาจากครูผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว สิ่งสำคัญก็คือสถานการณ์ปัญหาหลักหรือกรณีศึกษาที่นำมาใช้เป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้ผู้เรียนนำความรู้ หรือประสบการณ์ที่มีอยู่เดิมมาใช้แก้ปัญหา ดังนั้นลักษณะของปัญหาต้องมีความน่าสนใจ ท้าทายและน่าค้นหาคำตอบ รวมทั้งควรเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้เรียน เพื่อผู้เรียนจะได้แสดงความสามารถในการแก้ปัญหาโดยการระบุประเด็น โครงสร้าง และเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

การเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในเนื้อหาวิชาที่เป็นการบูรณาการ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา การใช้เหตุผลในการคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจ  อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะการที่ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีการเรียน โดยการกำหนดจุดมุ่งหมายการเรียน รู้วิธีการแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ รวบรวมความรู้และนำมาสรุปเป็นความรู้ใหม่ เป็นลักษณะของการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการอภิปราย มีวิธีการแสวงหาความรู้และไตร่ตรองทรัพยากรการเรียน ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความหมายสำคัญ ช่วยให้ผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ซึ่งการเรียนเป็นกลุ่มย่อยทำให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้อื่นทำให้มีความรู้กว้างขวางมากขึ้น นับเป็นการพัฒนาทักษะทางสังคมให้เกิดกับผู
14/5/2555 16:34:18
ไม่มีตังค์ซื้อ iPhone ง่ะ
2/7/2553 12:43:47
กำลังอยากทราบพอดีเลยมีต่อภาคสองไหมครับ

ขอบคุณครับ
30/3/2553 1:42:39
 


 


 
 
   ปี 2552 ------------->>>>
   ปี 2553 ------------->>>>
   ปี 2554 ------------->>>>
   ปี 2555 ------------->>>>
   ปี 2556 ------------->>>>
   ปี 2557 ------------->>>>
   ปี 2558 ------------->>>>
   ปี 2559 ------------->>>>
   ปี 2560 <<<<-------------
 
 
 
 
ว่าง คือ วาง

โดย : Mr.K
[ 6/6/2557 9:24:11 ]
“If you fail to plan then you plan to fail. ถ้าคุณล้มเหลวในการวางแผน ก็เท่ากับว่า คุณวางแผนที่จะล้มเหลว”

โดย : Va_MIST5507021857264
[ 11/12/2555 12:24:31 ]
KM is not Collecting Data but Connecting People (by..Carla O Dell)

โดย : ดร.โมดิฟายด์
[ 28/11/2555 16:35:33 ]
ระบบรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ 361 องศา ที่ไม่ใช่ดูแลป้องกันความปลอดภัยจากภัยคุกคามในปัจจุบันขององค์กร แต่ะมองไปถึงความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

โดย : Kan_55-070218-5727-2
[ 26/11/2555 14:18:01 ]
ใครจะคิดอย่างไรกับเรา เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา ^^

โดย : Amp_Mist5507021857060
[ 25/11/2555 20:03:03 ]
 
 
- วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
- Go To Know: คนทำงานแลกเปลี่ยนความรู้
 
- สถาบันส่งเสริมการจัดองค์ความรู้เพื่อสังคม1
 
- สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
 
- KM คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล
 
- KM คณะแพทย์ศาสตร์ มหิดล
 
- KM คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหิดล
 
- KM คณะแพทยศาสตร์ศิริราช
 
- KM มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
- Inside Knowledge
 
- Knowledge Management Online
 
- The Knowledge Management Resource Center
 
 
 
 
- ไทยรัฐ
 
- ข่าวสด
 
- เดลินิวส์
 
- มติชน
 
- คม ชัด ลึก
 
- ไทยโพสต์
 
- ผู้จัดการ
 
- กรุงเทพธุรกิจ
 
- บ้านเมือง
 
- The Nation
 
- ฐานเศรษฐกิจ
 
- บางกอกโพสต์
 
- ประชาชาติธุรกิจ
 
- สยามกีฬา
 
- แนวหน้า
 
- โพสต์ทูเดย์
 
- สยามดารา
 
- สยามรัฐ
 
- สยามธุรกิจ
 
- บางกอกทูเดย์
 
 
 
 
- เกมหมากรุกออนไลน์
 
- เกมสนุกเกอร์ออนไลน์
 
- เกมไพ่สลาฟออนไลน์
 
- เกมหมากฮอสออนไลน์
 
- เกมโอลเทลโล่ออนไลน์
 
- เกมโดมิโน่
 
- เกมเศรษฐี